Translate

วันพฤหัสบดีที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557


วันนี้เราจะมาแนะนำสถาปัตยกรรมของเกาหลีกัน


พระราชวังฮวาซอง :ซูวอล ประเทศเกาหลีใต้

เป็นพระราชวังที่กษัตริย์ชองโจทรงที่ได้สร้างขึ้นเพื่อเป็นสถานที่พักผ่อนเมื่อเวลาเสด็จมาทำพิธี ซึ่งพระราชวังแห่งนี้ได้ใช้เป็นฉากหนึ่งในการถ่ายทำละครสุดฮิต แดจังกึมและ The King and The Clown ด้านหน้าของพระราชวังนั้นมีประตูวังบานใหญ่ดูสะดุดตา  ด้านหน้าตรงประตูวังจะได้มีการแสดงของชาวเกาหลีที่มาแสดงให้นักท่องเที่ยวทั่วไปได้ชม
         การแสดงที่ได้ชมนั้นเป็นการแสดงโชว์การใช้อาวุธต่างๆ ของคนเกาหลีสมัยโบราณ นักแสดงจะแต่งกายแบบนักรบเกาหลีโบราณ ดูเข้มแข็งเอาการ และก็ออกมาวาดลวดลายการใช้อาวุธในการต่อสู้ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ดาบ ใช้หอก การยิงธนู รวมถึงยังมีการแสดงท่าทางการต่อสู้ของชาวเกาหลี เตะต่อยต่อสู้กัน โดยที่ปราศจากอาวุธ  จนสามารถเรียกเสียงปรบมือจากเหล่านักท่องเที่ยวได้ไม่น้อย
         พระราชวังแห่งฮวาซอง แฮงกุง แห่งนี้มีพื้นที่กว้างขวางพอสมควร และประกอบไปด้วยอาคารต่างๆ ที่ดูงดงามตามแบบสถาปัตยกรรมของเกาหลี ภายในพระราชวังมีการจัดแสดงให้เห็นถึงห้องหับต่างๆ ที่อยู่ในวัง ไม่ว่าจะเป็นห้องที่ประทับของกษัตริย์ ซึ่งมีการจำลอง งานฉลองวันเกิดพระพันปีให้นักท่องเที่ยวทั่วไป ได้ชมกัน และนอกจากนี้บริเวณโดยรอบ ก็จะมีอาคารที่จัดแสดงให้เห็นถึงห้องพักต่างๆ ที่มีอยู่ในวัง ไม่ว่าจะเป็นห้องพักของขันที ห้องพักของพวกนางข้าหลวง และห้องหับต่างๆ อีกหลายห้อง พระราชวังแห่งนี้ยังมีอาคารอีกส่วนหนึ่งที่เป็นจุดเด่นซึ่งนักท่องเที่ยวให้ความสนใจเป็นอย่างมาก นั่นคือส่วน อาคารที่ถูกใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำละครเรื่องแดจังกึม ซึ่งในอาคารส่วนนี้จะเห็นว่ามีการจัดแสดงชุดเครื่องแต่งกายต่างๆ ของแดจังกึมที่ใช้ในละคร มาตั้งให้ได้ชมกันแบบของจริงๆ และยังมีภาพของแดจังกึม และมินจุงโฮ ขนาดเท่าตัวจริงให้นักท่องเที่ยว  ได้ยืนแอบถ่ายรูปกันแบบใกล้ชิดอีกด้วย


วันอาทิตย์ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2557

คุณทหารลาดกระบัง



ทางสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เปิดรับตรงใหญ่ๆ ทั้งหมด 3 ประเภท คือ 1.รับตรง(โควตา) เปิดรับสมัคร 24 สิงหาคม - 30 ตุลาคม 56, 2.รับตรง(จัดสอบโดยสถาบัน) เปิดรับสมัคร 24 สิงหาคม - 30 ตุลาคม 56 และ 3.รับตรง(ยื่นคะแนน GAT PAT) เปิดรับสมัคร 24 สิงหาคม 56 - 20 มกราคม 57


ขอขอบคุณข้อมูลจาก dek-d

สถาปัตย์ฯ ศิลปากร '๕๗




ขอขอบคุณข้อมูลจาก 

เตรียมตัวสอบ


การเตรียมตัวสอบเข้าคณะสถาปัตยกรรม

1.การสอบเข้าคณะสถาปัตยกรรม                                                                               
1.1.สอบตรง  
1.วิชาความถนัดทางสถาปัตยกรรม
1.ปรนัย  ( วัดทักษะความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับทางสถาปัตยกรรม เช่น รูปทรง )
2.Sketch Design ตามโจทย์ที่กำหนดให้ในแต่ปี
2.สอบวิชาการ
1.ประกอบด้วยวิชา คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ฟิสิกส์ เคมี ไทย สังคม

1.2.แอดมิชชั่นกลาง

GAT/PAT 

1.สอบ O-net
1.GAT
ความถนัดทั่วไป                                                  (GAT : General Aptitude Test)
การวัดศักยภาพในการเรียนในมหาวิทยาลัยให้ประสบความสำเร็จ แยกได้ 2 ส่วน คือ
1. ความสามารถในการอ่าน เขียน คิดวิเคราะห์ และแก้โจทย์ปัญหา 50 %
2. ความสามารถในการสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษ 50 %
2.PAT
ความถนัดทางวิชาชีพและวิชาการ (PAT   Professional and Academic Aptitude Test)                                   

คือ ความรู้ที่เป็นพื้นฐานที่จะเรียนต่อในวิชาชีพนั้น ๆ กับศักยภาพที่จะเรียนในวิชาชีพนั้น ๆให้ประสบความสำเร็จ
1. PAT 1 ความถนัดทางคณิตศาสตร์
2. PAT 2 ความถนัดทางวิทยาศาสตร์
3. PAT 3 ความถนัดทางวิศวกรรมศาสตร์
*4. PAT 4 ความถนัดทางสถาปัตยกรรมศาสตร์
5. PAT 5 ความถนัดทางวิชาชีพครู
6. PAT 6 ความถนัดทางศิลปกรรมศาสตร์
7. PAT 7 ความถนัดทางภาษาต่างประเทศ
2.ลักษณะข้อสอบ
1เนื้อหา
- การอ่าน เขียน คิดวิเคราะห์และการแก้โจทย์ ปัญหา(ทาง คณิตศาสตร์) 50%
- การสื่อสารด้วยภาษา อังกฤษ 50%
Sketch Design ตามโจทย์ที่กำหนดให้ในแต่ปี
เหมือนสอบตรง

2. ลักษณะข้อสอบ GAT จะเป็นปรนัย และอัตนัย
- คะแนนเต็ม 200 คะแนน เวลาสอบ 2 ชั่วโมง
- ข้อสอบ เน้น Content Free และ Fair
- เน้นความซับ ซ้อน (Complexity) มากกว่า ความยาก
- มีการออกข้อสอบเก็บไว้เป็นคลังข้อ สอบ


3. สอบปีละหลายครั้ง
- คะแนนใช้ได้ 2 ปี เลือกใช้คะแนนที่ดีที่สุด (จะสอบ ตั้งแต่ม. 4 ก็ได้)


1.2.การฝึกปฏิบัติสำหรับเตรียมตัวสอบ
วิชาความถนัดสถาปัตย์ เป็นการสอบวัดความรู้พื้นฐานการออกแบบ การนำเสนอ
ผลงาน สามารถถ่ายทอดความคิดสร้างสรรค์ได้ ซึ่งสามารถใช้กับการ
สอบคณะสถาปัตยกรรมทุกสาขา โดยเฉพาะการสอบตรง และ  แอดมิชชั่นกลาง
จะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ดังตาราง
วิชาความถนัดสถาปัตย์ 
ปรนัย
Sketch Design
1.วัดทักษะความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับทางสถาปัตยกรรม เช่น รูปทรง  โครงสร้าง
1.ปฏิบัติการเขียนทัศนียภาพ
2.การออกแบบ 

โดยจะมีโจทย์เป็นโครงร่างมาให้ และให้ถ่ายทอดจิตนาการออกมา โดยใช้ทฤษฎีความรู้พื้นฐานทางสถาปัตยกรรม

ลักษณะของผู้ที่เรียนคณะสถาปัตยกรรม นอกจากชอบออกแบบวาดเขียนแล้ว 
ควรจะทราบว่า สถาปัตยกรรม แบ่งออกเป็น 4 สาขาดังนี้ สรุปได้ดังตาราง

1.สถาปัตยกรรมหลัก (architecture)
เกี่ยวกับสิ่งก่อสร้าง บ้าน อาคาร ที่อยู่อาศัยประเภทต่างๆ
2.ภูมิสถาปัตยกรรม (landscape architecture) 
การออกแบบวางแผน การอนุรักษ์และจัดการพื้นที่ใช้สอยภายนอกอาคาร
3.สถาปัตยกรรมภายในและมัณฑนศิลป์ (interior architecture) 
การใช้งานของมนุษย์ ที่เป็นผู้ใช้สอยพื้นที่ว่างภายในอาคาร (space) มนุษย์กับสิ่งแวดล้อม
4.สถาปัตยกรรมผังเมือง (urban architecture) 
ออกแบบวางผังเพื่อสร้างสรรค์องค์ประกอบและสภาพแวดล้อมทางกายภาพของเมือง ชุมชนเมืองชุมชน
          บางมหาวิทยาลัยอาจมีสาขาเพิ่มเติม เช่น สถาปัตยกรรมไทย ออกแบบอุตสาหกรรม
เทคโนโลยีทางอาคาร ภาพยนตร์และวีดีโอ การถ่ายภาพ เป็นต้น
ถึงแม้ว่าขั้นตอนการสอบเข้าจะเหมือนกัน

แต่ลักษณะรูปแบบการเรียนบ้างอย่างมีความแตกต่างกัน  
ฉะนั้นผู้เรียนควรจะศึกษาข้อมูลและรายละเอียด

เกี่ยวกับการเรียนการสอนในแต่ละสาขาให้ชัดเจน จะทำให้ไม่เกิดความท้อแท้
ขณะที่กำลังศึกษาต่อในระดับชั้นปีที่ ถ้ามีการศึกษาเตรียมตัวมาจะเกิด
ความสนุกในการเรียนในระดับชั้นต่อๆไป
ได้อย่างราบรื่น ควรจะเตรียมตัวตั้งแต่มัธยมศึกษาปีที่ 4-5-6 
ม.4
ม.5
ม.6
1.ศึกษาข้อมูลก่อนว่าแต่ละสาขาเรียนเกี่ยวกับอะไร ถ้าไม่ชอบยังสามารถเปลี่ยนใจทัน 
2.ตัดสินใจหาที่เรียนความถนัด
1.ฝึกทำโจทย์ ข้อสอบเก่าๆ
2.ฝึกทำ Sketch design ให้เป็นงานอดิเรก เพื่อเวลาทำข้อสอบจริงจะได้คล่องแคล่ว รวดเร็ว
1.นอกจากฝึกฝนความถนัดแล้ว อย่าลืม ฝึกฝน หลักวิชาการ ที่ใช้ในการสอบคัดเลือกด้วย 



อธิบายคำสั่งต่อไปนี้

<?php
$sql="select * from student order by id asc";
$query=mysql_query($sql) or die(mysql_error());
$num=mysql_num_rows($query);
echo "จำนวนทั้งหมด ".$num." คน<br>";
?>

คำสั่ง select * from student order by id asc เป็นคำสั่ง sql 
select * หมายความว่า เลือกทุกฟิว 
from student หมายความว่า จาก ตารางข้อมูล student
order by id หมายความว่า เรียงลำดับ id ของตาราง student
asc หมายความว่า เรียงจากน้อยไปหามาก
เป็นการแสดงข้อความโดยใช้คำสั่ง echo เพื่อแสดงข้อความทางเบราเซอร์

<table width="554" border="1" align="center" cellpadding="0" cellspacing="0">
เป็นการกำหนด โดยตารางทั้งหมดกว้าง 554 มีขอบหนา 1 และใหห้อยู่ตรงกลาง
  <tr>
    <td width="51"><div align="center">ลำดับ</div></td>
มีความกว้าง 51 ตัวอักษรคำว่า "ลำดับ" อยู่ตรงกลาง
    <td width="89"><div align="center">รหัส</div></td>
มีความกว้าง 89 ตัวอักษรคำว่า "รหัส" อยู่ตรงกลาง
    <td width="170"><div align="center">ชื่อ-สกุล</div></td>
มีความกว้าง 170 ตัวอักษรคำว่า "ชื่อ-สกุล" อยู่ตรงกลาง
   </tr>

  <?php
  $i=0;
  while($row=mysql_fetch_array($result)){
  $i++;
  ?>
  <tr>
    <td><div align="center"><?php echo $i; ?></div></td>
    <td><?php echo $row["student_id"]; ?></td>
    <td><div align="left"><?php echo $row["title"]."".$row["name"]." ".$row["surname"]; ?> </div></td>
    </tr><?php }?>
</table>
เป็นการกำนดฟังก์ชั่นใช้นับจำนวนแถว (record)


นางสาวศิริลักษณ์ เพชรอาวุธ
เลขที่ ๓๓ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕/๕

วันพฤหัสบดีที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

PHP

$score=65; if($score < 50){echo 'grade 0';} 
else if($score <55){echo 'grade 1';} 
else if($score <60){echo 'grade 1.5';} 
else if($score <65){echo 'grade 2';}
else if($score <70){echo 'grade 2.5';} 
else if($score <75){echo 'grade 3';} 
else if($score <80){echo 'grade 3.5';}
else{echo 'grade 4';}

วันพุธที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2556

สถาปัตยกรรมไทย

        สถาปัตยกรรมและวิถีชีวิตแบบไทย เป็นสิ่งที่คนไทยทุกคนควรจะอนุรักษ์รักษาไว้ เพื่อให้เป็นสัญลักษณ์แสดงถึงความเป็นไทยอันทรงคุณค่า ให้รุ่นลูกรุ่นหลานของเราได้มีโอกาสที่จะเห็น และได้สัมผัสสืบต่อไป
     
        สถาปัตยกรรมพื้นบ้านของไทย ที่มีในแต่ละภาค ประกอบด้วย สถาปัตยกรรมของภาคกลาง, ภาคเหนือ, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ ซึ่งสถาปัตยกรรมในแต่ละภาคก็จะมีจุดเด่น หรือมีลักษณะพิเศษที่แตกต่างกัน อาทิเช่น มีปูนหรือไม้ที่เสารองบ้าน เพื่อป้องกันปลวก เป็นต้น

สถาปัตยกรรมภาคเหนือ


สถาปัตยกรรมภาคอีสาน


สถาปัตยกรรมภาคกลาง


สถาปัตยกรรมภาคใต้